
อัปเดตจากงานประชุมวิชาการระดับโลก #EHA2026
Published on June 23, 2026
อัปเดตจากงานประชุมวิชาการระดับโลก #EHA2026
เมื่อ “เสียงของผู้ป่วย” คือหัวใจสำคัญในการพัฒนาตัวยารักษาโรค MPN
ในการประชุมปีนี้ ดร. Esther N. Oliva ได้นำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ "การประเมินผลลัพธ์โดยผู้ป่วยเอง (PROs)" ในการวิจัยทางคลินิกของกลุ่มโรค MPN (ทั้งโรคพังผืดในไขกระดูก MF, โรคเม็ดเลือดแดงเกิน PV และโรคเกล็ดเลือดสูง ET) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากการศึกษากว่า 87 โครงการวิจัย
### ทำไม "เสียงของผู้ป่วย" ถึงสำคัญ?
* มากกว่าแค่ผลเลือด: แม้ว่าผลแล็บหรือผลเลือดจะบอกว่าควบคุมโรคได้ดี แต่ "ความรู้สึกและคุณภาพชีวิตในแต่ละวันของผู้ป่วย" คือสิ่งที่จะบอกว่ายานั้นมีประสิทธิภาพดีจริงหรือไม่
* ต้องเปิดเผยผลลัพธ์: ปัจจุบันมีงานวิจัยถึง 91% ที่เก็บข้อมูลความรู้สึกและการใช้ชีวิตของผู้ป่วย แต่มีเพียง 58% เท่านั้นที่ยอมเปิดเผยข้อมูลนี้ในรายงาน ผลวิจัยนี้จึงเรียกร้องให้ทุกการทดลองยาหันมาให้ความสำคัญกับอาการที่ผู้ป่วยรายงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่มองว่าเป็นของแถม
เครื่องมือแบบสอบถามอาการที่เหมาะสมในแต่ละโรค
เพราะอาการของแต่ละโรคนั้นต่างกัน จึงไม่มีแบบสอบถามแบบไหนที่ตอบโจทย์ทุกโรคได้ 100% ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำแนวทางแบบเฉพาะเจาะจง ดังนี้ครับ:
โรคพังผืดในไขกระดูก (Myelofibrosis - MF):
แนะนำให้ใช้แบบสอบถามเฉพาะสำหรับโรคพังผืด (เช่น MF-SAF v4.0) เพื่อวัดความรุนแรงของอาการได้อย่างแม่นยำที่สุด และควรเพิ่มการประเมินเรื่องคุณภาพชีวิตโดยรวม รวมถึงผลข้างเคียงจากยาที่ผู้ป่วยต้องเจอด้วย
โรคเลือดข้น (Polycythemia Vera - PV):
แม้จะใช้แบบสอบถามรวม (MPN-SAF TSS / MPN-10) ได้ แต่แพทย์ผู้ทำวิจัยจำเป็นต้องเพิ่มคำถามเฉพาะเจาะจงลงไปด้วย โดยเฉพาะ "อาการคัน" (ซึ่งเป็นอาการเด่นของ PV) รวมถึงผลกระทบจากการรักษาด้วยการเจาะเลือดเอาเม็ดเลือดออก (Phlebotomy) และความอ่อนล้าทางร่างกาย
โรคเกล็ดเลือดสูง (Essential Thrombocythemia - ET):
สามารถใช้แบบสอบถามรวมได้เช่นกัน แต่ต้องมั่นใจว่าครอบคลุมอาการกวนใจของผู้ป่วย ET จริงๆ เช่น อาการเหนื่อยล้า, ปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, ตาพร่ามัว, อาการแสบร้อนตามปลายมือปลายเท้า (Erythromelalgia) รวมถึงเรื่องสมาธิและการรับรู้ โดยเน้นย้ำว่า การรักษาที่ดีต้องไม่ได้ดูแค่ตัวเลขเกล็ดเลือดที่ลดลงเท่านั้น แต่ต้องทำให้อาการเหล่านี้ของผู้ป่วยดีขึ้นด้วย
สรุปให้ใจฟู
ข่าวดีสำหรับพวกเราคือ วงการแพทย์ระดับโลกกำลังขับเคลื่อนให้ "คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย" เป็นตัวชี้วัดหลักในการอนุมัติยาใหม่ๆ ต่อไปนี้การทดลองยาจะไม่ใช่แค่การทำให้อาการของโรคสงบลงในกระดาษ แต่ต้องทำให้ผู้ป่วยทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกๆ วันอย่างแท้จริงครับ!
ติดตามอัปเดตข้อมูลข่าวสารเพื่อผู้ป่วยได้ที่นี่เรื่อยๆ นะครับ