ไฮไลท์กิจกรรมสำคัญ ชมรมผู้ป่วยโรค MPN ประเทศไทย (2018–2025)

ไฮไลท์กิจกรรมสำคัญ ชมรมผู้ป่วยโรค MPN ประเทศไทย (2018–2025)

Published on April 6, 2026

ไฮไลท์กิจกรรมสำคัญ ชมรมผู้ป่วยโรค MPN ประเทศไทย (2018–2025)

Published on April 6, 2026


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชมรมฯ ของเราได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วย MPN ผู้ดูแล และสาธารณชนทั่วไป เข้าถึงข้อมูล ความรู้ และโอกาสในการรักษาที่ดีขึ้น โดยมีกิจกรรมหลักดังนี้:

  • การแบ่งปันความรู้: แชร์ความรู้และข่าวสาร MPN อย่างสม่ำเสมอผ่าน Facebook Page อย่างเป็นทางการ

  • แหล่งข้อมูลออนไลน์: พัฒนาเว็บไซต์ www.mpnthailand.com เพื่อรวบรวมสาระสำคัญและเนื้อหาเชิงลึกจากการประชุมระดับโลกอย่าง MPN Horizons

  • ชุมชนผู้ป่วย: สร้าง กลุ่ม Line ส่วนตัว เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

  • การสร้างสัมพันธ์: จัด กลุ่มพบปะขนาดเล็ก (Small Group Meeting) เพื่อสร้างความสนิทสนมและแบ่งปันประสบการณ์จริงในการดูแลตัวเอง

  • การเข้าถึงผู้ป่วยหน้าใหม่: ติด โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ ในคลินิกโลหิตวิทยา ณ โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ เพื่อเชิญชวนผู้ป่วยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

  • แคมเปญรณรงค์: ผลิต คลิปวิดีโอให้ความรู้ MPN เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เนื่องในวัน MPN Awareness Day (เดือนกันยายนของทุกปี)

  • การให้คำปรึกษาในคลินิก: ลงพื้นที่ให้ความรู้ผู้ป่วยและผู้ดูแลโดยตรงในคลินิกโลหิตวิทยา เพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรค MPN และ CML

  • สัมมนาออนไลน์: จัด Live Webinar ทาง Facebook ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์กรวิชาชีพเพื่อตอบข้อสงสัยแบบเรียลไทม์

  • จดหมายข่าว: พัฒนาและเผยแพร่ MPN Newsletter เพื่ออัปเดตกิจกรรม ข่าวสาร และข้อมูลทางการแพทย์ใหม่ๆ อย่างเป็นระบบ


ไฮไลท์สำคัญด้านการผลักดันนโยบายยา

ชมรมผู้ป่วยโรค MPN ประเทศไทย ได้ยื่น หนังสือถึงนายกสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการผลักดัน ระบบการนำเข้ายา Pegasys ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก EMA (สหภาพยุโรป) สำหรับการรักษา:

  1. โรคเลือดข้น (Polycythemia Vera: PV)

  2. โรคเกล็ดเลือดสูง (Essential Thrombocythemia: ET)

การผลักดันนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มในประเทศไทย มีโอกาสเข้าถึงยาที่ได้มาตรฐานสากลและเพิ่มทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

"เพราะเราเชื่อว่า เสียงของผู้ป่วยมีความหมาย และการเข้าถึงยาคือความหวังของชีวิต"