ความสำคัญของการพัฒนา MPN-10 ให้เหมาะสมกับประชากรเอเชีย

ความสำคัญของการพัฒนา MPN-10 ให้เหมาะสมกับประชากรเอเชีย

Published on April 10, 2026

ความสำคัญของการพัฒนา MPN-10 ให้เหมาะสมกับประชากรเอเชีย

แบบประเมินอาการ MPN-SAF TSS หรือ MPN-10 เป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้วัดภาระอาการของผู้ป่วย MPN และมีผลต่อการตัดสินใจรักษาโดยตรง ความแม่นยำของคะแนนจึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจทางภาษาและวัฒนธรรมของผู้ตอบแบบสอบถาม

23 กุมภาพันธ์ 2026 มีการตีพิมพ์งานวิจัยใน Acta Medica Philippina ที่แปล MPN-10 เป็นภาษา Filipino ด้วยกระบวนการแปลแบบไป-กลับ ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ และทดสอบในผู้ป่วยจริง 30 คน ผลพบว่าความเที่ยงตรงสูง (Cronbach’s alpha 0.89) และมีความสม่ำเสมอในการวัดซ้ำ แสดงว่าเวอร์ชันภาษาท้องถิ่นสามารถสะท้อนอาการได้ใกล้เคียงต้นฉบับเมื่อผ่านการ validation อย่างเป็นระบบ

ในประเทศไทยยังไม่มีการตรวจสอบความเที่ยงตรง (validation) ของภาษาไทยแบบเดียวกับในฟิลิปปินส์

งานวิจัยจากนักวิจัยไทยที่มีในปี 2023 และ 2025 รายงานว่าผู้ป่วย PV และ ET มีค่าเฉลี่ย MPN-10 ต่ำกว่าประชากรตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ โดย PV เฉลี่ยประมาณ 11.7 เทียบกับตะวันตกประมาณ 21.8 และ ET เฉลี่ยประมาณ 10.7 เทียบกับ 18.7 ความแตกต่างนี้อาจไม่ได้หมายความว่าโรคเบากว่า แต่อาจเกิดจากการตีความคำ เช่น fatigue, inactivity หรือ concentration problems ที่แคบลงในภาษาไทย

ข้อมูลจาก Cancer Medicine ในโครงการ MERGE Registry ซึ่งรวบรวมผู้ป่วยจากหลายประเทศในเอเชียและตะวันออกกลาง ก็สะท้อนแนวโน้มคล้ายกัน คือผู้ป่วยเอเชียมักรายงานอาการต่ำกว่าที่คาด อาจเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมความเกรงใจแพทย์ การมองความเหนื่อยล้าเป็นเรื่องปกติของอายุ หรือไม่ต้องการถูกมองว่าอ่อนแอ ปรากฏการณ์นี้พบได้ในหลายโรคเรื้อรังอื่นๆด้วย

ผลกระทบของคะแนนที่ต่ำคือ แพทย์อาจประเมินภาระอาการต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้ชะลอการให้ยา เช่น JAK inhibitor หรือ interferon และยังคงใช้การรักษาพื้นฐาน ทั้งที่ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตลดลงมากกว่าที่ตัวเลขที่ได้

ดังนั้น การจัดทำ MPN-10 ที่ผ่านการแปลและตรวจสอบเชิงวัฒนธรรมอย่างเข้มงวดในแต่ละประเทศเอเชีย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องภาษา แต่เป็นเรื่องของความแม่นยำในการประเมินความทุกข์ของผู้ป่วย และโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

เพื่อนๆเคยทำแบบสอบถาม MPN-10 กันบ้างหรือไม่ ปัจจุบันยังไม่มีฉบับแปลเป็นไทยที่ใช้กันแบบเป็นทางการหรือในเวชปฏิบัติ แพทย์จะสอบถามโดยแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยเท่านั้น เรามาทำความเข้าใจคำในบริบทของ MPN จะได้ให้คะแนนได้โดยไม่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ต่อไปนี้คือคำในภาษาอังกฤษที่มีทั้ง 10 ข้อของ MPN-SAF TSS (MPN-10) ที่ผมนำมาเปรียบเทียบความหมายที่อาจคลาดเคลื่อนในภาษาไทยหรือวัฒนธรรมไทย (เป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองที่มาจากการอ่านงานวิจัยหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางวิชาการได้)

1 ) Fatigue คำว่า “เหนื่อย” ถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติจากการทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ หรืออายุที่เพิ่มขึ้น หลายคนจึงให้คะแนนต่ำเพราะยังพอทำกิจวัตรได้ แต่ในบริบทของ MPN fatigue คือความอ่อนล้า พลังงานชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้นอนพักแล้วก็ไม่ฟื้นเหมือนเดิม

2 ) Early Satiety “อิ่มเร็ว” อาจถูกเข้าใจว่าแค่กินได้น้อยหรือไม่ค่อยหิว แต่ใน MPN หมายถึงการรู้สึกอิ่มแน่นหลังรับประทานเพียงเล็กน้อย เพราะม้ามที่โตดันกระเพาะอาหารคือ “กินต่อไม่ไหวทั้งที่ยังอยากกิน” ซึ่งต่างจากการเบื่ออาหาร

3 ) Abdominal Discomfort ในไทยมักนึกถึงท้องอืด กรดไหลย้อน ปวดหรือแสบท้อง แต่ใน MPN ความรู้สึกจะเป็นลักษณะตึง หนัก อึดอัดใต้ชายโครงซ้าย ไม่ได้สัมพันธ์กับมื้ออาหารเสมอไป จุดสำคัญคือเป็นความรู้สึกจากม้ามโต ไม่ใช่ปัญหาจากกระเพาะหรือลำใส้

4 ) Inactivity อาจถูกตีความว่าเป็นอุปนิสัย เช่น ขี้เกียจ เบื่อหน่าย อยากอยู่เฉยๆ แต่ในแบบสอบถามหมายถึงระดับพลังงานที่ลดลงจากเดิม เช่น เดินช้าลง กิจกรรมที่เคยทำได้ง่าย ๆก็ยากขึ้น เป็นผลจากพลังงานต่ำ ไม่ใช่บุคลิกภาพ

5 ) Problems with Concentration มักเข้าใจว่าขี้ลืมหรือทำอะไรผิดพลาดบ่อย ขาดสติ ใจลอย แต่ใน MPN ใกล้เคียงกับคำว่า brain fog หรือสมองล้า คือคิดทำอะไรได้ช้า อ่านหนังสือหรือทำงานใช้สมองแล้วเพลียจนทำต่อไม่ไหว

6 ) Pruritus (Itching) อาการคันในไทยมักโยงกับผื่น ภูมิแพ้ หรืออากาศร้อนชื้น จึงอาจไม่รายงานหากไม่มีผดผื่น แต่ใน MPN โดยเฉพาะ polycythemia vera มักพบอาการคันโดยไม่มีผื่น โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ (aquagenic pruritus)

7 ) Night Sweats ประเทศไทยมีอากาศร้อน จึงมองว่าเหงื่อออกตอนกลางคืนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะถ้าไม่ได้เปิดแอร์ จึงไม่คิดว่าเป็นอาการของโรค ทั้งที่ night sweats ในทางคลินิกหมายถึงเหงื่อออกมากจนรบกวนการนอน ทำให้นอนไม่หลับ

8 ) Bone Pain มักคิดถึงข้อเสื่อมหรือปวดกล้ามเนื้อจากการใช้งาน แต่ bone pain ใน MPN เป็นอาการปวดลึกภายในกระดูกหรือไขกระดูก มักรู้สึกปวดหน่วง ๆ ลึก ๆ ไม่รุนแรงและไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวชัดเจน บางครั้งคลำภายนอกไม่เจ็บ จึงไม่ค่อยรู้สึกชัดเจนและรายงานอาการ

9 ) Fever มักคิดว่าเป็นไข้เมื่อวัดอุณหภูมิได้สูงชัดเจน หรือจนต้องกินยาลดไข้ แต่ใน MPN จะเป็นไข้ต่ำเรื้อรัง ร้อนใน หรือมีอาการร้อนวูบวาบ หนาวสั่น มักเป็นร่วมกับเหงื่อออกกลางคืน แม้อุณหภูมิไม่สูงมากก็ควรนับรวม เพราะสะท้อนกระบวนการอักเสบของโรค

10 ) Unintentional Weight Loss ในวัฒนธรรมไทย การที่น้ำหนักลดไม่ได้ถูกมองเป็นปัญหาหากยังดูแข็งแรง กลับถือว่าทำให้สุขภาพดีขึ้น และมองว่าน้ำหนักลดเล็กน้อยเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้ไม่ตระหนักว่าน้ำหนักลดเองโดยไม่ได้ตั้งใจแม้เล็กน้อยอาจสะท้อนภาระโรคที่สูงขึ้น

วิธีการทำแบบประเมิน:

แบบสอบถาม MPN-SAF TSS (MPN-10) ให้ผู้ป่วยให้คะแนนความรุนแรงของอาการในช่วง 7 วันที่ผ่านมา (ไม่ใช่แค่วันนี้) ตั้งแต่ 0 (ไม่มีอาการ) ถึง 10 (รุนแรงที่สุดที่จินตนาการได้) จุดสำคัญคือให้ประเมินตามความเปลี่ยนแปลง “จากปกติของตนเอง” ไม่ใช่เปรียบเทียบกับคนอื่น

ถ้าลังเลระหว่างสองคะแนน ให้เลือกคะแนนที่สูงกว่า เพื่อไม่ให้ประเมินภาระอาการต่ำกว่าความเป็นจริง ใครได้เท่าไร่ ในแต่ละข้อเอาผลมารวมกัน ได้เป็นคะแนนรวม แล้วมาเทียบกับค่าเฉลี่ยว่ามากน้อยเท่าไร่

คะแนนช่วง 0–20 มักถือว่าภาระอาการต่ำ

ช่วงประมาณ 20–40 ภาระอาการระดับปานกลาง

มากกว่า 40 ถือว่าภาระอาการค่อนข้างสูง

สามาถทำได้บ่อยๆทุกๆ 2-3 เดือนเปรียบเทียบก่อนและหลังการรักษา เปลี่ยนยา ปรับขนาดยา มีการเปลี่ยนแปลงทางอาการหรือไม่

Cr: เพื่อนสมาชิกชมรมเราที่แบ่งปันข้อมูลดีๆอย่างสม่ำเสมอ

MPN Advocates Network